Tuesday, March 24, 2009

ขยะคอมพิวเตอร์บริจาคเถอะค่ะ

เคยกลุ้มใจกับการกำจัดคอมพิวเตอร์เก่าๆ ไหมคะ เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหานี้ เพราะคอมพิวเตอร์โดยส่วนใหญ่มักมีอายุการใช้งานน้อย เพียง 2-3 ปีเครื่องก็เริ่มอืดแล้ว ไม่กี่ปีก็ต้องมองหาเครื่องใหม่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานไม่ได้ก็จะกลายเป็นขยะที่สร้างความปวด หัวได้ไม่น้อย

ครั้น จะเอาไปทิ้งอย่างขยะอื่นก็น่าเสียดายเพราะค่อนข้างมีราคา แต่เก็บไว้โดยไม่ได้ใช้งานกลับเปลื้องพื้นที่ในบ้าน ที่สำคัญขยะเหล่านี้ยังจัดการยาก ไม่สามารถเผา หรือทำลายวิธีใดได้ และมีสารพิษแฝงอยู่

บางคนจึงกำจัดโดยขายต่อตามร้านคอมพิวเตอร์ หรือชั่งกิโลขายตามร้านรับซื้อของเก่า และถ้ามีหัวคิดสร้างสรรค์บางคนก็อาจนำมารีไซเคิล นอกจากทางเลือกเหล่านี้แล้ว เรายังมีอีกวิธีมาแนะนำ...นั่นคือการบริจาคค่ะ

ส่งต่อคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง

เชื่อไหมคะว่าในประเทศไทยมีเด็กด้อยโอกาสตามต่างจังหวัดอีกจำนวนมากที่ไม่ รู้จักคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่าทำหน้าที่อะไร และไม่เคยแม้แต่จะเห็นรูปลักษณ์ว่าเป็นอย่างไร ในขณะที่เด็กในเมืองหลายคนใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมส์แทนที่จะใช้ประโยชน์ทาง การศึกษา

คอมพิวเตอร์เก่าๆ ของเราจึงอาจช่วยเปิดโลกใหม่ให้แก่เด็กเหล่านั้น หากซ่อมแล้วนำกลับมาใช้งานใหม่ ซึ่งหน่วยงานที่เล็งเห็นความสำคัญนี้และเราสามารถร่วมสนับสนุนคือ มูลนิธิกระจกเงา โดยมีโครงการรองรับชื่อว่า “โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง”

คุณณัฐวัฒน์ คงสุขสวัสดิ์ หัวหน้าโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องของมูลนิธิกระจกเงา เล่าถึงที่มาและการดำเนินงานโครงการว่า “โครงการนี้เริ่มจากตอนที่มูลนิธิกระจกเงาร่วมกับองค์กรอนุเคราะห์เด็ก จัดการอบรมค่ายไอซีทีขึ้นเพื่อเด็กยากจนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกือบ 100 โรงเรียน หลังทำกิจกรรมก็พบว่าโรงเรียนเหล่านี้ขาดแคลนคอมพิวเตอร์”

“ถ้ามีก็จะอยู่ในห้องอาจารย์เป็นส่วนใหญ่ และมีเพียง 1-2 เครื่องต่อโรงเรียนเท่านั้น คุณสมบัติ บุญญาพนม ประธานมูลนิธิฯ จึงริเริ่มเอาคอมพิวเตอร์ที่เหลือใช้ในเมืองมาซ่อมแซมส่งไปให้โรงเรียนในแถบ สองภูมิภาคนี้ จากนั้นโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องก็เป็นรูปธรรมขึ้น “ส่วนการดำเนินงานเมื่อได้คอมพิวเตอร์ที่บริจาคแล้วเราจะซ่อมบำรุง ถ้าอะไหล่บางชิ้นแพงจนไม่สามารถเปลี่ยนได้ ก็จะขายออกไปที่ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชิ้นที่ทางโครงการฯ ประเมินว่าเสียจะขายทั้งหมดโดยชี้แจงให้ผู้บริจาคทราบก่อน”

“พอซ่อมเสร็จแล้วจึงส่งไปยังโรงเรียนที่รอคิวบริจาค ซึ่งส่วนใหญ่ทางโรงเรียนจะโทรมาสอบถามก่อน เราก็จะตรวจสอบว่าขาดแคลนจริงหรือไม่ และมีนักเรียนกี่คน ถ้าโรงเรียนอยู่ในห่างไกลจากเมืองต้องสอบถามไปว่ามีบุคลากรที่ชำนาญ คอมพิวเตอร์หรือเปล่า เพราะคอมพิวเตอร์มือสองอาจเกิดการกระทบกระเทือนได้ระหว่างการขนส่งควรมีคน ช่วยดูแลอีกที”

“จากนั้นเรามีบริการหลังจัดส่ง ดูแลเครื่องให้ในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี ถ้าเครื่องเกิดปัญหาซ่อมไม่ได้จริงๆ เรายินดีส่งเครื่องให้ใหม่ ตั้งแต่เริ่มโครงการมาประมาณ 1 ปีคอมพิวเตอร์ที่เราจัดส่งให้ประมาณ 1,200 เครื่อง 120 โรงเรียนก็ยังใช้งานได้อยู่ครับ”

สำหรับผู้ที่มีคอมพิวเตอร์มือสอง หรือขยะจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้การไม่ได้แล้วทุกชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วง ปริ๊นเตอร์ สแกนเนอร์ อุปกรณ์เครือข่าย เช่น สายแลนด์ หรือไอพอร์ท และเครื่องเล่นMP3 สามารถนำไปบริจาคได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ที่มูลนิธิกระจกเงา หรือหากมีคอมพิวเตอร์จำนวนมากสามารถแจ้งยังมูลนิธิฯเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไป รับบริจาคถึงที่

ผู้อ่านอาจมีส่วนร่วมกับกิจกรรมโครงการนี้ด้วยการบริจาค และร่วมเป็น “อาสาสมัครซ่อมคอมพิวเตอร์” หรือหากซ่อมไม่เป็นแต่ถ้ามีใจรักก็อาจอาสาช่วยยกของได้ เพียงวิธีแค่ถือบัตรประชาชนมาที่อาคารเลิศปัญญาชั้น 9 ถนนศรีอยุธยา 12 เขตราชเทวี โทร.0-2642-7991-2


ที่มา : www.cheewajit.com

Tuesday, March 17, 2009

มาล้วงรูปภาพ คลิปวิดีโอ และไฟล์แนบใน Gmail กัน

xoopit

ผมเป็นอีกคนนึงล่ะครับที่ชอบสื่อ สารกับเพื่อนๆ ด้วยอีเมลอยู่เป็นประจำ ด้วยเพราะข้อดีของอีเมลที่ทำให้เราสามารถบริหารเวลาได้โดยไม่ต้องจดจ่ออยู่ กับการโต้ตอบในตอนนั้น (คือ ถ้ามีเวลาก็เข้ามาอ่าน ไม่มีเวลาก็ต้องเจียดเวลามาอ่านอยู่ดีแหละ อ่ะๆๆ)

Gmail เป็น บริการฟรีอีเมลที่ผมใช้อยู่เป็นประจำครับ (ผมใช้ทั้ง Hotmail, Yahoo ฯลฯ) ก็ต้องยอมรับว่าบริการของ Gmail นั้นค่อนข้างน่าใช้มากครับ เพราะความที่โปรแกรมมีหน้าตาแบบพื้นๆ ไม่ซับซ้อน ใช้งานง่ายและมีลูกเล่นที่ผมคาดไม่ถึงมาให้ลองเล่นอยู่เป็นประจำ สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่มี Gmail เป็นของตนเองหรือยังไม่เคยทดลองใช้ ก็สามารถที่จะเข้าไปอ่านวิธีการสมัครและวิธีใช้งาน Gmail ได้ที่นี่ครับ http://www.kapook.com/google/gmail/

แต่ไม่ว่า Gmail จะใช้งานดีขนาดไหน ปัญหาก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ครับ ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากระบบของ Gmail ทำงานผิดพลาดหรอกนะครับ แต่เกิดจากตัวผู้ใช้งานอย่างผมเองต่างหาก นั่นคือ ผมต้องการค้นหาไฟล์รูปและไฟล์เอกสารที่แนบมากับอีเมลฉบับหนึ่งที่เพื่อนผม ส่งมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว หาอย่างไร เสิร์ชอย่างไรก็ไม่เจอสักที นั่งหาอยู่นานจนตาลาย ก็แน่ล่ะครับ อีเมลใน Inbox ผมเยอะขนาดนั้น (เจ้าเพื่อนตัวดีของผมคนนี้ส่งอีเมลหาผมเยอะเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มเพื่อน ซะด้วย) ไม่ไหวล่ะ ต้องหาตัวช่วยแล้ว

และแล้วผมเจอตัวช่วยจนได้ครับ บริการนี้เค้ามีชื่อว่า xoopit

ความสามารถของ xoopit

1. ค้นหาและดึงเอาไฟล์แนบจากอีเมล ไม่ว่าจะเป็นไฟล์รูปภาพ ไฟล์เอกสารหรือไฟล์วิดีโอมาแสดงอย่างง่ายดาย
2. สามารถแชร์ไฟล์รูปภาพ ไฟล์วิดีโอหรือไฟล์งานให้กับเพื่อนๆ ได้

สิ่งที่เราต้องมีก่อนใช้บริการ xoopit

1. เพื่อนๆ ต้องมีอีเมลของ Gmail ก่อนนะครับ ดูวิธีใช้ Gmail ได้จากที่นี่ครับ http://www.kapook.com/google/gmail/
2. จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโปรแกรม Firefox ครับ สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ http://th.www.mozilla.com/th/

สมัครใช้บริการ xoopit

1. เปิดโปรแกรม Firefox แล้วเข้าที่ลิงค์นี้ก่อนครับ https://www.xoopit.com/signup/2
2. กรอกอีเมล Gmail ของเรา พร้อมรหัสผ่านของ Gmail เรียบร้อยแล้วคลิก Sign up now

xoopit

3. คลิกที่ปุ่ม Add to Firefox

xoopit

4. คลิกที่ปุ่ม ยินยอม (Allow)

xoopit

5. จะปรากฏหน้าต่างขึ้น ให้คลิก ติดตั้งเดี๋ยวนี้

xoopit

6. แสดงสถานะการติดตั้ง ให้รอสักครู่ครับ

xoopit

7. คลิกที่ปุ่ม เริ่ม Firefox ใหม่

xoopit

8. การติดตั้งเสร็จสมบรูณ์ คลิกที่ปุ่ม Take me to Gmail ก็จะเข้าสู่ Gmail อีกครั้งครับ

xoopit

ลองเล่น xoopit กันเลยนะครับ

1. Sign in เข้า Gmail ของเราครับ

xoopit

2. เมื่อเข้า Gmail จะสังเกตเห็นตัวเลขนับถอยหลังดังรูป

xoopit

3. บางครั้งอาจจะแสดงข้อความดังรูป (จำเป็นต้องรอครับ)

xoopit

4. ถ้าแสดงข้อความดังรูปให้คลิกได้เลยครับ (ถ้ายังไม่แสดงก็ให้ปิด Firefox แล้ว Sign in เข้า Gmail อีกครั้ง)

xoopit

5. Log in ด้วยการใส่อีเมล Gmail พร้อมรหัสผ่านอีกครั้ง ก็ใช้การได้แล้วครับ

xoopit

6. รอสักครู่ (รอนานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนอีเมลของเราครับ) จะพบว่ามีรูปภาพในไฟล์แนบของอีเมลเราแสดงขึ้นมาดังรูป

xoopit

7. เราสามารถคลิกดูได้ทั้งไฟล์รูป (Photos) ไฟล์วีดีโอ (Videos) หรือไฟล์งาน (File) ครับ

xoopit

8. อันนี้เป็นตัวอย่างไฟล์รูปภาพใน Gmail ผมเองครับ (มีแต่อาหารอร่อยๆ) สามารถคลิกดูได้ครับ

xoopit

9. เราก็สามารถที่จะส่งต่อ (Forward) ไฟล์รูปภาพดังกล่าวให้เพื่อนๆ ได้ครับ

xoopit

เพิ่มเติมอีกนิดครับ

เนื่องจาก xoopit.com ยังอยู่ในช่วงของการทดสอบ (Beta test) การใช้งานจึงอาจจะยังไม่คล่องตัวเท่าที่ควรครับ ข่าวดีก็คือ ในอนาคตเราจะสามารถนำ xoopit ไปใช้กับ yahoo และ hotmail ได้อีกด้วยครับ

ใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีความสุขนะครับ

Orange Smallfish: ปลาตัวเล็กสีส้ม

มาค้นหาไฟล์ใหญ่ๆในฮาร์ดดิสก์กันเถอะ

เมื่อพื้นที่ว่างใน ฮาร์ดดิสก์ของเราเหลือน้อยเต็มทีเพราะมีข้อมูลอยู่เยอะเกินไป แน่นอนครับ สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือค้นหาไฟล์ใหญ่ๆ ที่เป็นต้นเหตุทำให้พื้นว่างในฮาร์ดดิสก์เหลือน้อย

ผลเสียที่สำคัญเมื่อ ที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ของเราเหลือน้อยก็คือ เครื่องจะทำงานช้ามาก และ ฮาร์ดดิสก์ไม่มีที่ว่างเก็บข้อมูล (อันนี้น่าเสียดายครับ)

เอ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรครับว่า ไฟล์ใหญ่ๆ เหล่านั้นแอบอยู่ตรงไหนของฮาร์ดดิสก์ของเรา?

มาดูวิธีการค้นหาข้อมูลใหญ่ๆ ในเครื่องของเราด้วยโปรแกรม ExplorerXP กันครับ

ก่อนอื่นให้ไปดาวน์โหลดโปรแกรม ExplorerXP มาติดตั้งลงในเครื่องครับ


ดาวน์โหลดโปรแกรม ExplorerXP กันก่อน

>> ดาวน์โหลดโปรแกรมม ExplorerXP คลิกที่นี่ <<

วิธีติดตั้งโปรแกรม ExplorerXP

1. ดับเบิ้ลคลิก explorerxpsetup.exe ที่ดาวน์โหลดมา

2. จะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม คลิกที่ปุ่ม I Agree
3. คลิกปุ่ม Next
4. คลิกปุ่ม Install

5. คลิกปุ่ม Close

6. จะปรากฏไอคอนของโปรแกรม ExplorerXP บนเดสก์ท็อป ดังรูปครับ

ถึงตอนนี้ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม ExplorerXP ก็เป็นอันเสร็จสมบรูณ์ครับ


วิธีค้นหาไฟล์ใหญ่ๆ ในฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม ExplorerXP

1. เปิดโปรแกรมด้วยการดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน ExplorerXP บนเดสก์ท็อป

2. เอาล่ะครับเราลองมาดูตัวอย่างกัน
คลิกเลือกไดรฟ์ที่ต้องการดูขนาดไฟล์ข้อมูล โดยผมจะยกตัวอย่างด้วยการเลือกไดรฟ์ c: ซึ่งเป็นไดรฟ์เก็บข้อมูลหลักที่จำเป็นต้องมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 10% ไม่งั้นเครื่องจะทำงานช้ามากๆ (เพื่อนๆ บางท่านอาจจะเก็บข้อมูลไว้หลายไดรฟ์ เช่น d: e: ก็ลองคลิกตรวจสอบกันดูครับ อ่อ อันนี้ไม่เกี่ยวกับไดรฟ์ CD-Rom นะครับ เราดูข้อมูลกันเฉพาะในฮาร์ดดิสก์ครับ)
3. หลังจากคลิกแล้วให้เพื่อนๆ รอสักครู่ คือรอจนกว่าคอลัมน์ช่อง Size จะแสดงตัวเลขทั้งหมด (ช่อง Size คือช่องที่จะแสดงขนาดของไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องของเรานั่นเองครับ) สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับหน่วยของข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ผมขออนุญาตอธิบายดังนี้

1,024 Byte = 1 KB (กิโลไบต์)
1,024 KB = 1 MB (เมกะไบต์)
1,024 MB = 1 GB (กิกะไบต์)
1,024 GB = 1 TB (เทราไบต์)

4. ให้คลิกที่หัวคอลัมน์ Size เพื่อเรียงลำดับข้อมูลจากมากลงไปน้อย (คลิกสองครั้งเพื่อให้สามเหลี่ยมข้างๆ คำว่า size ชี้ลง)
5. ตอนนี้เราเห็นแล้วครับว่าโฟลเดอร์ใดในไดรฟ์ c: มีขนาดใหญ่ที่สุด จากตัวอย่างจะพบว่า โฟลเดอร์ที่ชื่อ Documents and Settings มีขนาดข้อมูลถึง 6.81 GB เลยทีเดียวครับ
6. ลองดับเบิ้ลคลิกเข้าไปดูหน่อยซิว่าเป็นข้อมูลอะไร
7. พบว่าในนี้โฟลเดอร์ชื่อ orange_smallfish มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ 5.26 GB แต่เราก็ยังไม่ทราบอยู่ดีแหละครับว่าเป็นมีไฟล์อะไรอยู่ในนั้น ต้องดับเบิ้ลคลิกเข้าไปดูอีกครับ
8. ในโฟลเดอร์ orange_smallfish มีทั้งโฟลเดอร์และไฟล์อยู่มากมาย ข้อมูลที่ใหญ่ทีสุดในนี้คือ โฟลเดอร์ Desktop ต้องดับเบิ้ลคลิกลงไปดูอีกครับว่าเป็นข้อมูลอะไรกันแน่
9. จะพบว่าในนี้มีโฟลเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดชื่อ Travel_01 ขนาด 1.15 GB เลยทีเดียว มันคืออะไรหว่าลองดับเบิ้ลคลิกดูอีกครับ
10. ที่แท้ก็เป็นไฟล์รูปภาพนั่นเอง แต่ละรูปกินเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์เยอะมากครับ
เมื่อผมลองดับเบิ้ลคลิ กดูรูปภาพเหล่านั้นก็พบว่าเป็นรูปที่ไปเที่ยวเมื่อนานมาแล้ว รูปเหล่านี้ผมก็ได้ทำการย้ายไปเก็บลงในแผ่นแล้วด้วย จึงได้ทำการลบไฟล์รูปภาพเหล่าีนี้้ทิ้งโดยทันที และตอนนี้ฮาร์ดดิสก์ของผมก็จะมีพื้นที่ว่างไว้ใช้งานอีกเยอะแยะเลยครับ
สรุปครับ

ผู้ ใช้งานส่วนใหญ่มักเสียพื้นที่ว่างในฮาร์ดดิสก์ไปกับไฟล์หนักๆ เช่น ไฟล์เพลง (mp3), ไฟล์รูปภาพ,ไฟล์วีดีโอ, ไฟล์เกมส์ ฯลฯ แต่ใช่ว่าเราจะต้องลบไปเสียทุกไฟล์นะครับ ไฟล์ข้อมูลบางไฟล์ที่มีความสำคัญ หายาก อันนี้เราก็คงต้องรักษาไว้ แต่ถ้าไฟล์ไหนเราไม่ใช้แล้วก็ควรที่จะลบๆ ไปบ้างจะเป็นการดีต่อสุขภาพคอมพิวเตอร์ของเราครับ

มีข้อแนะนำอีกนิดนึงนะครับ

เรา ทราบดีว่ามีไฟล์ข้อมูลมากมายอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของเราครับ บางไฟล์สำคัญและบางไฟล์ไม่สำคัญ ดังนั้น ก่อนจะลบข้อมูลเหล่านี้ เราควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนนะครับ ไม่งั้นลบไฟล์สำคัญๆ ไปล่ะก็ ลำบากเลยล่ะครับ มีกฏง่ายๆ ก่อนการตัดสินใจลบไฟล์ 2 ข้อครับ
1. ไฟล์ใดๆ ที่ไม่ใช่ข้อมูลของเรา อย่าลบ
2. ไฟล์ใดๆ ที่เราไม่รู้จัก อย่าลบ

ขอให้ใช้คอมพิวเตอร์กันอย่างมี

ความสุขครับ

ปลาตัวเล็กสีส้ม : Orange Smallfish

Thursday, March 5, 2009

20 ไวรัสที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

ในโอกาสครบ 20 ปี เทรนด์ ไมโคร อิงค์ ธุรกิจจัดการและรักษาความปลอดภัยข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต จัดทำรายงานสรุป 20 อันดับไวรัสที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ พร้อมเสนอแนะแนวทางการป้องกันภัยคุกคามข้อมูลไว้

20 อันดับไวรัสที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

1.CREEPER (1971) โปรแกรมหนอนอินเตอร์เน็ตตัวแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ TOPS TEN

2.ELK CLONER (1985) ไวรัสคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตัวแรกที่เกิดกับ Apple IIe เป็นผลงานของเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (เกรด 9)

3.THE INTERNET WORM (1985) เขียนโดยบุคลากรในมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ซึ่งมีผลต่อการใช้งานอินเตอร์เน็ต

4.PAKISTANI BRAIN (1988) ไวรัสตัวแรกที่ติดกับคอมพิวเตอร์พีซีไอบีเอ็ม เขียนโดยสองพี่น้องจากปากีสถาน ถือเป็นไวรัสตัวแรกที่สื่อให้ความสนใจอย่างแพร่หลาย

5.JERUSALEM FAMILY (1990) มีสายพันธุ์ที่แตกต่างกันประมาณ 50 สายพันธุ์ เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากมหาวิทยาลัยเยรูซาเล็ม

6.STONED (1989) ไวรัสที่แพร่ระบาดหนักที่สุดช่วงสิบปีแรก ติดเชื้อในส่วนบูตระบบ /.mbr ส่งผลให้รีบูตระบบหลายครั้งและยังแสดงข้อความว่า "your computer is now stoned"

7.DARK AVENGER MUTATION ENGINE (1990) เขียนเมื่อปี 1988 แต่นำไปใช้ครั้งแรกต้นปี 1990 เช่นเดียวกับไวรัส POGUE และ COFFEESHOP กลไกการกลายพันธุ์ได้หลากหลายรูปแบบของไวรัสตัวนี้ ทำให้ไวรัสสามารถทำงานได้ตลอดเวลา

8.MICHEANGELO (1992) สายพันธุ์หนึ่งของ STONED ความสามารถทำลายล้างสูง โดยวันที่ 6 มีนาคม ไวรัสตัวนี้จะลบ 100 เซ็คเตอร์แรกของฮาร์ดไดรฟ์ให้ใช้งานไม่ได้

9.WORLD CONCEPT (1995) ไวรัส Microsoft Word Macro ตัวแรกที่แพร่กระจายสู่โลกภายนอก โดยมีการแอบใส่ข้อความไว้ว่า "That"s enough to prove my point" ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในยุคที่สองของไวรัสคอมพิวเตอร์ และที่สำคัญเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากแฮกเกอร์ซึ่งมีทักษะน้อยมาก

10.CIH/CHERNOBYL (1998) ไวรัส Chernobyl เป็นไวรัสทำลายล้างมากที่สุดเท่าที่เคยพบ เริ่มปฏิบัติการทำลายล้างโดยอาศัยเงื่อนไข คือ เมื่อปฏิทินในเครื่องคอมพิวเตอร์ตรงกับวันที่ 26 ในทุกๆ เดือน สามารถทำลายข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ และทำลายข้อมูลการบูตที่เก็บอยู่ในไบออส โดยแฟลชไบออสด้วยข้อมูลขยะส่งผลให้ข้อมูลต่างๆ ที่เคยแสดงตอนบูตเครื่องกลายเป็นหน้าว่างๆ และไม่สามารถเรียกขึ้นมาใช้งานได้อีกต่อไป

11.MELISSA (1999) ไวรัสสำคัญตัวแรกที่แพร่ระบาดผ่านอี-เมล และเป็นการเริ่มต้นของยุคไวรัสอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง แม้ Melissa ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการทำลาย แต่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ใช้เนื่องจากจะทำให้กล่องรับอี-เมลเต็มในทุก ที่ที่เกิดการติดเชื้อ

12.LOVEBUG (2001) หนอนอี-เมลที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นรูปแบบของการใช้ชุมชนเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์

13.Code RED (2001) ตั้งชื่อตามเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงที่ได้รับความนิยม ไวรัสเครือข่ายตัวนี้จะอาศัยอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่มีช่องโหว่ความปลอดภัย และทำการแพร่ระบาดด้วยตัวเอง

14.NIMDA (2001) เรียกกันว่า "Swiss Army Knife" หรือมีดอเนกประสงค์ของไวรัส ซึ่งจะใช้หลายวิธีในการเข้าสู่เครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความจำล้นอี-เมล การใช้เครือข่ายร่วมกัน และวิธีการอื่นๆ อีกเป็นสิบวิธี

15.BAGEL/NETSKY (2004) เป็นไวรัสที่ออกแบบมาโดยมีความสามารถเทียบเคียงกัน และต่อสู้กันเอง แต่ละตัวสร้างสายพันธุ์ออกมาอีกนับร้อยสายพันธุ์ และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งประสบความสำเร็จในการแพร่ระบาดอย่างมาก หนอนทั้งสองตัวนี้ติดอยู่ในกระแสข่าวตลอดทั้งปี

16.BOTNETS (2004) นักรบซอมบี้ในโลกอินเตอร์เน็ตเหล่านี้ช่วยงานอาชญากรไซเบอร์ด้วยการสะสม กำลังพลคอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้ออย่างไม่มีวันสิ้นสุด โดยอาชญากรไซเบอร์จะสามารถกำหนดค่าใหม่ให้กับคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายได้ เพื่อให้ส่งต่อสแปม เพิ่มเหยื่อติดเชื้อ และขโมยข้อมูล

17.ZOTOB (2005) หนอนตัวนี้มีผลเฉพาะกับระบบ Windows 2000 ที่ไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซม แต่ความสามารถที่โดดเด่น เข้าควบคุมไซต์ของสื่อรายใหญ่หลายแห่ง รวมทั้งซีเอ็นเอ็น และนิวยอร์ก ไทม์ส ด้วย

18.ROOTKITS (2005) หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลกของโค้ดที่เป็นอันตราย ซึ่งถูกใช้เพื่อทำให้มัลแวร์อื่นสามารถซ่อนตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้ โดยมัลแวร์ที่ซ่อนตัวอยู่จะทำงานที่เป็นอันตรายอย่างลับๆ

19.STORM WORM (2007) ไวรัสลวงที่ที่เกิดขึ้นซ้ำนับพันๆ ครั้ง และในท้ายที่สุดก็จะสร้างบ็อตเน็ตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเชื่อว่ามีคอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อในเวลาเดียวกันมากกว่า 15 ล้านเครื่อง และอยู่ภายใต้การควบคุมของอาชญกรใต้ดิน

20.ITALIAN JOB (2007) ไม่ใช่มัลแวร์ที่ใช้เครื่องมือเดี่ยวๆ แต่เป็นการโจมตีร่วมกันโดยใช้ชุดเครื่องมือที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าหรือ รู้จักว่า MPACK เพื่อสร้างมัลแวร์รุ่นใหม่เพื่อการขโมยข้อมูลขึ้นมา และมีเว็บไซต์กว่าหมื่นแห่งตกเป็นเหยื่อ

วิธีป้องกันภัยคุกคามข้อมูล

๏ เปิดใช้งานและปรับปรุงซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยให้ทันสมัยเสมอ โดยเฉพาะถ้าใช้งานแล็ปท็อปที่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่มีการป้องกัน ใดๆ ในบริเวณสนามบิน ร้านกาแฟ และสถานที่ต่างๆ

๏ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ป้องกันภัยบนเว็บครอบคลุมการป้องกันอี-เมล และแอพพลิเคชั่นการประมวลผลที่ใช้ทั้งหมด และสามารถแจ้งเตือนเกี่ยวกับปริมาณการส่งผ่านข้อมูลทั้งเข้าและออกจาก คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานในเวลาจริง

๏ ปรับใช้เทคโนโลยีล่าสุด เช่น การป้องกันโดยเทคโนโลยีการตรวจสอบชื่อเสียง และประวัติเว็บไซต์ (Web Reputation) ซึ่งสามารถวัดระดับความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ก่อนที่คุณจะเข้าเยี่ยมชมได้ ควรใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบประวัติเว็บร่วมกับเทคโนโลยีการกรองยูอาร์แอล และการสแกนเนื้อหา

๏ ถ้าผู้ใช้งานใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ให้เปิดใช้งาน Automatic Update และติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงใหม่ๆ ทันทีที่พร้อมใช้งาน

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์-อินเตอร์เน็ตที่ ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามข้อมูลรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น คลิกไปได้ที่ http://blog.trendmicro.com หรือต้องการหาเครื่องมือป้องกันภัยคุกคามข้อมูลบนเว็บโดยไม่ต้องเสียค่าใช้ จ่ายใดๆ คลิกที่ http://us.trendmicro.com/us/products/personal/ free-tools-and services/index.html


ข้อมูลจาก : มติชน

Tuesday, March 3, 2009

7 เว็บค้นหาที่เก่งกาจกว่าGoogle

คนทั่วโลกรู้จักและติดใจ "Google" จนทำให้คำว่า "Google" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อแบรนด์ของบริษัทอินเทอร์เน็ตที่เติบโตเร็วที่สุดใน โลก แต่กลับเป็นชื่อของ "กริยา" ในการค้นหาข้อมูลบนโลกไซเบอร์ไปเสียแล้ว จึงมีคำพูดติดปากชาวเน็ตเวลาที่หาข้อมูลใดๆ ไม่เจอว่า "ลองGoogleดูหรือยัง?"

แต่วันนี้เรามีเว็บค้นหาที่เป็นทางเลือกใหม่ (Alternative Search Engine) สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ของสิ่งที่ต้องการค้นหาได้ อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น หารูปก็จะได้รูป หาเพลงก็จะได้ฟังเพลง หาเอกสารก็จะได้ไฟล์ PDF โดยที่ไม่ต้องคลิกสารพัดลิงก์ไปมา พร้อมสแกนกันจนปวดตาอีกทีหนึ่ง

อย่างไรก็ดี สำหรับเซียนคอมฯ ที่รู้จักวิธีการ "แฮกGoogle" ด้วย การใส่โค้ดลับหลายสิบตัวลงไปในช่องค้นหาเพื่อที่จะได้ข้อมูลใดๆ จากGoogle ก็อยากให้มาลองใช้เว็บที่เราแนะนำในครั้งนี้ ไม่แน่อาจจะติดใจวิธีค้นหาแบบบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดก็เป็นได้

เว็บที่เราจะแนะนำในครั้งนี้จะแบ่งผลการค้นหาออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ การค้นหา ภาพ เพลง วิดีโอ และเอกสาร

ถ้าคิดคีย์เวิร์ดเจ๋งๆ ได้แล้วก็ลุยกันเลย!


ค้นหาเพลง

www.songza.com

เป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายๆ ทุกครั้งที่พิมพ์คำค้นหาจะมีคำใกล้เคียงขึ้นมาแสดงให้ด้วย และทุกเพลงจะสามารถดูมิวสิกวิดีโอประกอบไปด้วยได้ เพราะเพลงที่ได้ฟังนั้นเป็นการดึงเสียงเพลงมาจากเว็บวิดีโอชื่อดังต่างๆ นั่นเอง สุดท้ายก็คือ สามารถคัดลอกโค้ดเพลงไปติดไว้ที่บล็อกของตัวเองได้อีกด้วย

www.midomi.com

สำหรับคนที่มักประสบปัญหาอยากฟังเพลงใดเพลงหนึ่ง กลับนึกชื่อเพลงไม่ออก แต่สามารถร้องเพลงนั้นได้ เว็บนี้ก็เหมาะกับคุณเป็นที่สุด เพียงแค่คอมพิวเตอร์ของคุณมีไมค์ และเปล่งเสียงของตัวเองร้องเพลงนั้น ท่อนใดก็ได้ ประมาณ 10 วินาที ระบบก็จะค้นหาเพลงนั้นๆ หรือเพลงใกล้เคียงมาให้ด้วย

จากที่ทดลองสามารถหาเพลงทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่งได้หมด นอกจากนี้แล้วคุณยังฟังเสียงร้องเพลงของผู้ใช้คนอื่นๆ ที่ร่วมหาเพลงๆเดียวกับคุณได้ด้วย โดยคลิกที่ปุ่ม Play All Recordings

หมายเหตุ:
1. เมื่อใช้ครั้งแรก หลังจากคลิกที่ปุ่ม "Click and Sing or Hum" จะมีหน้าต่างเล็กๆ เปิดขึ้นมา โดยที่คุณจะต้องกด จะต้องกดปุ่ม "Allow" กับ Adobe Flash Player Setting ก่อน

2. ผู้ที่ใช้ไอโฟนสามารถโหลดโปรแกรมของ midomi มาลงที่เครื่องและใช้งานแบบเดียวกับการค้นหาเพลงผ่านเว็บด้วยการฮัม หรือร้องเพลงได้เลย ที่นี่


ค้นหารูป

ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่า การค้นหารูปนั้นควรจะใช้คำค้นหา (keywords) ที่เป็นภาษาอังกฤษ เพราะจะได้ผลลัพธ์มากกว่าภาษาไทย และเว็บที่เราอยากจะแนะนำสำหรับการค้นหารูป นั้น มี 2 รูปแบบ คือ ภาพถ่ายฝีมือช่างภาพมืออาชีพ และมือสมัครเล่น


www.compfight.com

เว็บไซต์นี้จะค้นหาภาพโดยการดึงเอารูปภาพจากคลังภาพออนไลน์อย่าง ฟลิกเกอร์ (Flickr) ที่เปิดให้ใครก็ได้มาเก็บภาพไว้ที่นี่ (จึงทำให้เว็บไซต์ฟลิกเกอร์เป็นเว็บไซต์แกลอรี่ภาพจากมือสมัครเล่นที่ใหญ่ ที่สุดในโลก)

โดยผลการค้นหาของ compfight จะต่างจากการค้นหาที่เว็บฟลิกเกอร์ต้นฉบับก็คือ การแสดงผลภาพเป็นร้อยๆ ภาพในคราวเดียว ทำให้เลือกภาพได้ไวยิ่งขึ้น และยังสามารถปรับแต่งการค้นหาได้มากมาย เช่น การค้นหาจากชื่อ และรายละเอียดของภาพ หรือการค้นหาจากป้ายกำกับภาพ (Tags),การค้นหาภาพตามรูปแบบลิขสิทธ์ (Creative Commons), การค้นหาเฉพาะภาพที่มีความละเอียดสูง, และการค้นหาเฉพาะภาพที่เหมาะสมกับเยาวชน เป็นต้น

www.spffy.com

เว็บนี้เป็นการค้นหาภาพที่ถ่ายจากมืออาชีพจริงๆ โดยค้นหาครั้งเดียว สามารถดูภาพจากคลังภาพออนไลน์เพื่อการใช้งานทางการค้า ที่มีชื่อเสียงอย่าง Getty Images, Corbis, Fotolia ฯลฯ ได้เลย ซึ่งเมื่อใดที่คุณพบภาพที่ต้องการสามารถสั่งซื้อภาพนั้นๆได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาภาพประกอบเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์


ค้นหาเอกสาร

www.data-sheet.net

เว็บไซต์นี้มีหน้าตาเรียบๆ ไม่ต่างไปจาก "Google" แต่จะแสดงผลการค้นหาเป็นไฟล์เอกสารนามสกุล PDF เท่านั้น คุณสามารถพิมพ์คำค้นหาทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษได้ เมื่อเจอผลการค้นหาใดที่ต้องการดาวน์โหลด ให้คลิกขวา และเลือก Save Link As ได้ทันที ก็จะได้ไฟล์เอกสารมาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ทันที

เท่านั้นยังไม่พอเว็บไซต์นี้ยังมีผลการค้นหาในรูปแบบของภาพแถมเพิ่มมาที่ด้านล่างสุดของหน้าเพจแต่ละหน้าด้วย

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเว็บไซต์ที่เปิดให้ใครก็ได้เข้าไปอัปโหลดไฟล์ เอกสารของตนเองที่ต้องการเผยแพร่สู่สาธารณะชนได้นำไปใช้ประโยชน์ นั่นคือ Scribd (ที่เราเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้)


ค้นหาวิดีโอ
www.truveo.com

เป็นธรรมดาที่ความรู้สึกของคนส่วนใหญ่จะคิดว่า "ยูทูบ (YouTube)" คือ สุดยอดเว็บวิดีโอสำหรับทศวรรษใหม่ในโลกอินเทอร์เน็ต แต่อีกหลายมุมของโลกนี้ก็มีการพัฒนาเว็บไซต์วิดีโอ ที่เปิดให้ใครก็ได้มาอัปโหลดผลงานวิดีโอของตนเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะชนได้ อาทิ Daily Motion (ของฝรั่งเศส), Tudou (ของจีน) และอื่นๆ อีกมาก

ดังนั้นจะดีแค่ไหนที่เราสามารถพิมพ์คำที่ต้องการหาแค่ครั้งเดียวแต่สามารถค้นหาได้กว่า 40 เว็บไซต์ที่เก็บวิดีโอเอาไว้!

ต้องขอบคุณ truveo จากบริษัทเอโอแอล (AOL) ที่ตั้งตนเป็นเว็บค้นหาวิดีโอโดยเฉพาะ โดยเว็บไซต์นี้จะดึงผลวิดีโอของกว่า 40 เว็บวิดีโอชื่อดังมาแสดงไว้ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาวิดีโอคลิปของ หนัง กีฬา ซีรีส์ดัง อย่าง ฮีโร่ (Heroes), ลอส (Lost) หรือแม้กระทั่งเรียลริตี้อเมริกันชื่อดังอย่าง อเมริกัน ไอดอล (American Idol) และ เฮล คิทเช่น (Hell's Kitchen) ได้

อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ในทุกครั้งที่คุณต้องการชมวิดีโอใดๆ ก็จะมีการลิงก์กลับไปยังเว็บต้นตอวิดีโออีกครั้งหนึ่ง

ค้นหาแบบมีรสชาติ
www.viewzi.com

Viewzi คือ เว็บค้นหาที่จะทำให้คุณลืมหน้าตาของ "Google.คอม" ไปแทบจะทันที ด้วยการแสดงผลการค้นหาที่หวือหวาและน่าตื่นเต้น ทั้งภาพ ข้อมูล และวิดีโอ ที่แตกต่างกันไปถึง 16 แบบ ทำให้คุณเพลิดเพลินกับการเซิร์ฟเน็ตอย่างหยุดไม่อยู่ อาทิ การแสดงผลการค้นหาตามลำดับเวลา (Timeline) การค้นหาข่าวที่แสดงผลเหมือนหน้าหนังสือพิมพ์ การดูภาพแบบสไลด์โชว์ การค้นหาเมนูอาหารน่าหม่ำ เป็นต้น



ถึงแม้หลายเว็บไซต์ที่เราแนะนำไปข้างต้นจะอ้างอิงผลการค้นหาจากผม เกิล แต่ผู้ทำเว็บก็มีการตกแต่งผลการค้นหาให้แม่นยำ ตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการใช้งานก็ยังง่ายเหมือนเดิม คือเพียงพิมพ์คำค้นหาลงไป

ฉะนั้นในโอกาสต่อไป ขอแค่มีอินเทอร์เน็ตอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าอะไรๆ คุณก็จะหาเจอแน่นอน!


ทีมา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ