Friday, December 26, 2008

การแชร์ Internet ADSL ด้วย ICS (Internet Connection Sharing)

การแชร์ Internet ADSL ด้วย ICS (Internet Connection Sharing)
โดย Armor
ในยุคสมัยนี้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือ ADSL หลายคนต้องมีใช้งานในบ้านกันอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนรหัสผ่านมีเพียงชุดเดียว แต่ว่าภายในบ้านมีเครื่องคอมพ์มากกว่า 1 เครื่อง ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมๆ กัน นอกเหนือจากการใช้งานเครือข่ายไร้สายแล้ว ผมก็มีวิธีการตั้งค่าแชร์อินเทอร์เน็ต ADSL แบบง่ายๆ มาให้ลองใช้งานกันดูกัน ตามมากันเลย

อันดับแรกก็คงต้องทำให้เครื่องให้สามารถออกอินเทอร์เน็ตได้ก่อน โดยเครื่องนี้ สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือโมเด็มเอาไว้สำหรับต่ออินเทอร์เน็ต โดยตัวเครื่องต้องมีระบบเน็ตเวิร์กติดตั้งเอาให้เรียบร้อยก่อน สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ก็คือการแชร์ ICS ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับวินโดวส์เอ็กซ์พีให้ทำงานขึ้นมา ขั้นตอนแรกก็ง่ายๆ ครับ ก่อนอื่นให้เซตอัพการ์ดเน็ตเวิร์กในเครื่องแรกให้มีการเซตอัพค่ าหมายเลข IP ก่อน โดยการทำขั้นตอนดังนี้

1. เริ่มแรกคลิกที่ปุ่มสตาร์ต เลือกที่ Control Panelจากนั้นให้เลือกที่ Network Connections

2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ Local Area Connection เลือกที่ Properties แล้วก็จะปรากฏหน้าต่าง Properties ของเน็ตเวิร์กขึ้นมา

3. ให้กำหนดค่าของหมายเลขไอพีให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะออกอิน เทอร์เน็ต โดยให้เลือกที่ TCP/IP จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Properties เพื่อเตรียมกำหนดค่า IP Address โดยเมื่อหน้าต่าง TCP/IP Properties

4. จากนั้นกำหนดหมายเลข IP ให้กับเครื่องเป็น 192.168.0.1 เพื่อกำหนดให้เป็นเครื่องแรก จากนั้นป้อนค่า Subnet Mark โดยให้มีค่าเป็น 255.255.255.0

5. จากนั้นไปกำหนดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งในที่นี้เราใช้การ Dial up ออกสู่อินเทอร์เน็ต ดังนั้นควรจะติดตั้งโมเด็มและสร้าง Connection สำหรับโมเด็มให้เรียบร้อยก่อนที่เข้าสู่การแชร์อินเทอร์เน็ต

วิธีการแชร์อินเทอร์เน็ต

1. เริ่มต้นคลิกที่ปุ่มสตาร์ต จากนั้นเลือก Control Panel แล้วเลือกที่ Network Connection เช่นเดิม

2. ต่อมาให้คลิกขวาที่ไอคอนของไดอัลอัพที่เราจะใช้โมเด็มหมุนออกอิ นเทอร์เน็ตต่อไปและเลือกที่ Properties

3. จากนั้นให้เลือกที่แท็บ Advanced เพื่อกำหนดการแชร์อินเทอร์เน็ต จะเห็นหน้าต่างของการแชร์อินเทอร์เน็ตขึ้น โดยจะอยู่ในกรอบ Internet Connection Sharing ที่นี้ก็ให้เราคลิกเช็กบ็อกซ์เลือกที่ "Allow other network users to connect through this computer's internet connection" ซึ่งก็จะปรากฏหัวข้ออีกสองอันขึ้นมา

"Establish a dial-up connection whenever a computer on my network attempts to access the internet" "หัวข้อนี้จะหมายความว่า จะยอมให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ที่ต่ออยู่กับเน็ตเวิร์กนั้น สามารถไดอัลอัพโมเด็มที่อยู่ในเครื่องหลัก เพื่อออกสู่อินเทอร์เน็ตได้ หากว่าต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือไม่ หากต้องการให้ต้องไดอัลผ่านคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ ก็ให้เช็กบ็อกซ์ที่อยู่ด้านหน้า หรือหากไม่ต้องการก็ให้เอาออกไป

"Allow other network users to control or disable the shared internet connection" หมายถึงว่าให้ผู้ใช้บนเครื่องอื่นๆ นั้น สามารถควบคุมหรือยกเลิกการแชร์อินเทอร์เน็ตในเครื่องหลักได้หรื อเปล่า ซึ่งหากไม่ต้องการก็ให้เอาออกไปเช่นเดียวกัน โดยตามปกตินั้น ให้เราเอาหัวข้อทั้งสองออก โดยไม่ต้องไปเช็กบ็อกซ์ นั่นเอง

หลังจากนี้ก็ให้ปิดหน้าต่างทุกหน้าต่างลง เท่านี้การเซตอัพเครื่องสำหรับเตรียมให้บริการแชร์อินเทอร์เน็ต เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการเซตอัพเครื่องในระบบเครือข่าย

หลังจากที่เซตอัพเครื่องหลักเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมาถึงการเซตอัพเครื่องลูกข่ายเพื่อให้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ แชร์เอาไว้บ้างล่ะครับ ซึ่งก็เรียกว่าไม่แตกต่างไปจากการเซตอัพเครื่องหลักมากนัก โดยเราจะเน้นกันที่การเซตอัพเน็ตเวิร์กเป็นหลักซึ่งสิ่งที่ต้อง การสำหรับเครื่องลูกนี้ก็คือการ์ดเน็ตเวิร์กที่เซตอัพเรียบร้อย สามารถทำงานได้เท่านั้น โดยเครื่องนี้เราไม่ต้องมีโมเด็มก็ได้ เพราะไม่จำเป็นแล้ว

เริ่มต้นด้วยการกำหนดหมายเลขไอพี สำหรับเครื่องที่ 2 โดยทำขั้นตอนเหมือนกับการเซตอัพเครื่องเซิร์ฟเวอร์ แต่เปลี่ยนหมายเลขไอพีให้เป็น 192.168.0.2 แทน โดยกำหนดให้หมายเลข 2 ตัวสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลงนั้นหมายถึงเลข IP ประจำเครื่องที่ 2 และหากมีเครื่องมากกว่านี้ ก็ให้กำหนดเพิ่มขึ้นไป เช่น 3, 4, 5 ... นั่นเอง

หลังจากที่เรากำหนดหมายเลขไอพีเรียบร้อยแล้ว ก็ลองเช็กดูว่าเครื่องที่ใช้อยู่นั้น มีหมายเลข IP ตามที่กำหนดหรือไม่ โดยการคลิกที่ปุ่มสตาร์ต จากนั้นเลือกที่ RUN แล้ว พิมพ์คำว่า Command ลงไป ให้ลองตรวจสอบหมายเลขไอพี โดยพิมพ์คำว่า "IPCONFIG" ลงไปที่คอมมานพรอมต์ ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็จะปรากฏหมายเลข IP พร้อมกับหมายเลข Subnet Mark

ที่นี้ลองตรวจสอบดูว่าเครื่องที่เราเซตอัพอยู่นี้ สามารถมองเห็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการแชร์อินเทอร์เน็ตหรื อไม่ โดยการใช้คำสั่ง PING ไปที่ เครื่องหลัก โดยสั่งว่า PING 192.168.0.1 ที่คอมมานพรอมต์ เพื่อตรวจสอบแพ็กเกจข้อมูล เมื่อเครื่องลูกสามารถมองเห็นเครื่องแม่แล้ว

ทีนี้เราก็เหลือขั้นตอนการเซตอัพอยู่อีกขั้นตอนเดียวก็คือการเซ ตอัพคอนฟิกในIE เพื่อให้ตรวจสอบ Proxy โดยอัตโนมัติ ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเช่นเดียวกัน ขั้นตอนแรกก็เรียก IE ขึ้นมา และให้คลิกที่เมนู Tools และเลือกที่ Internet Options...

จากนั้นให้คลิกที่แท็บ Connections แล้วคลิกที่ปุ่ม LAN Settings ซึ่งอยู่ในส่วนของ Local Area Network (LANs) Settings ให้คลิกเช็กบ็อกซ์ "Automatically detect setting" เพื่อกำหนดให้ตรวจสอบ Proxy Server โดยอัตโนมัติ

หลังจากนี้ก็ให้คลิกที่ปุ่ม OK และออกจากการเซตอัพ Internet Options นี้ ซึ่งเท่านี้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มากกว่าสองเครื่องในบ้านคุณ ก็พร้อมจะใช้งานอินเทอร์เน็ตได้โดยใช้แอ็กเคานต์และคู่สายโทรศั พท์เพียงคู่เดียว บนวินโดวส์เอ็กซ์พีแล้ว


Computer Today ฉบับที่ 333 ปักษ์แรก พฤษภาคม 2551
IT@Bible

เปิดได้หมด!!! หนัง เพลง ดูได้แม้ไม่รู้จักไฟล์

เปิดได้หมด!!! หนัง เพลง ดูได้แม้ไม่รู้จักไฟล์
โดย Mr. Macross

ปัญหาน่าปวดหัวของหลายคนที่มักเจอ หลังจากที่ได้รับไฟล์มีเดียจากเพื่อน หรือไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาเองจากอินเทอร์เน็ตคือ ไม่สามารถเปิดไฟล์ดังกล่าวเพื่อใช้งานได้ ปัญหานี้เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะในยุคที่มีหลากหลายมาตรฐานของนามส กุลไฟล์เช่นปัจจุบัน

จริงๆ แล้วปัญหาประเด็นนี้เราสามารถแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่เราทราบว่าไฟล์นามสกุลดังกล่าวต้องเป็นไฟล์ประเภทไหน และใช้โปรแกรมอะไรเปิด หรือหากจะใช้ Windows Media Player จะต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเสริมเข้าไปบ้าง

เรื่องนี้ฟังดูง่ายสำหรับบางคน แต่ก็เป็นเรื่องยาก (มาก) สำหรับอีกหลายคนเช่นกัน คอมพิวเตอร์.ทูเดย์ฉบับนี้จึงขอนำคุณสู่หนทางพ้นทุกข์ด้วยสารพั ดโปรแกรมที่จะช่วยให้คุณเปิด (ไฟล์) ได้หมด แม้ตัวคุณจะไม่รู้จักไฟล์ดังกล่าวเลย

ประเภทไฟล์เรื่องที่คุณสงสัย

ไฟล์ AVI

สำหรับไฟล์ AVI ถ้าพูดไปแล้วหลายคนต้องรู้จักแน่ๆ เพราะเป็นไฟล์วิดีโอที่ดูผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งถูกพัฒนาจากไมโครซอฟท์ โดยภายในไฟล์ .avi มาพร้อมกับภาพ และเสียงพร้อมกัน มีความคมชัดของภาพ และเสียงที่สมจริง ส่วนใหญ่จะนำมาเป็นต้นฉบับของไฟล์วิดีโอบนแผ่นดีวีดี

ซึ่งไฟล์ AVI นี้มหลากหลายรูปแบบ ถึงแม้ว่า จะเห็นเป็นไฟล์ .avi ก็ตาม แต่จะแตกต่างกันตามรูปแบบของการ encode ของไฟล์นั้น ไม่ว่าจะเป็น DivX codec, XVID codec เป็นต้น หากเป็นไฟล์ avi ธรรมดาทั่วไปเราก็สามารถใช้โปรแกรม Windows Media Player เปิดดูได้ทันที แต่หากเปิดไม่ได้คงต้องหาโปรแกรมอื่น หรือไม่ก็ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ codec จากเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์มาติดตั้งภายในเครื่องถึงจะเปิดได้

วิธีแก้ไขเบื้องต้น หากต้องการเปิดไฟล์ AVI ด้วยโปรแกรม Windows Media Player ก็คือ ให้ไปดาวน์โหลดตัว Codec จากเว็บไซต์ไมโครซอฟท์ (www.microsoft.com) จากนั้นก็ให้ดับเบิลคลิกไฟล์ดังกล่าวเพื่อติดตั้ง Codec เพิ่ม แต่ที่สำคัญโปรแกรม Windows Media Player ของคุณต้องเป็นเวอร์ชัน 11

ไฟล์ XVID

เกิดจากกลุ่มนักพัฒนาอิสระ ที่พัฒนารูปแบบการบีบอัดบนพื้นฐานของ mp4 เหมือนกับ DivX แต่ XviD เป็น Open Source คือ ได้เผยแพร่ให้มีการพัฒนาจากนักพัฒนาทั่วโลก เนื่องจากว่ามาตรฐานการบีบอีกของ XviD ใช้เป็นแบบ ASP (MPEG-4 Advanced Simple Profile) ไฟล์ XviD จึงสามารถเล่นบนโปรแกรมหรือเครื่องเล่น DVD ที่สามารถเล่นไฟล์ MP4 หรือ DivX ได้เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น กรุณาตรวจสอบเครื่องเล่นของท่านตามเว็บไซต์ว่าเครื่องเล่นของท่ านสนับสนุนไฟล์ XviD ด้วย หากท่านต้องการเล่นไฟล์ Xvid บนเครื่องคอมพิวเตอร์ท่านจะต้องติดตั้ง Xvid Decoder ซึ่งหาได้ตามเว็บไซต์ทั่วไปเช่นกัน

ไฟล์ DivX

จะมีนามสกุลเป็น .avi หรือ .divx แต่ไฟล์ .avi ไม่จำเป็นต้องเป็นไฟล์ DivX เสมอไป ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งระหว่างไฟล์ DivX กับ avi ธรรมดาก็คือ ไฟล์ DivX สามารถเล่นพร้อมกับเลือกแสดง Subtitle ได้ หลายภาษา โดยปรับที่ Remote Control บนเครื่องเล่น dvd หรือ หากท่านใช้โปรแกรมเช่น Windows Media Player เล่นไฟล์ประเภทนี้ ท่านอาจจะต้องติดตั้งโปรแกรม แสดง subtitle เพิ่มเติม เช่นโปรแกรม Direct Vobsub เพื่อให้ subtitle ปรากฏไปพร้อมๆกับการรับชมภาพยนตร์ด้วย

ไฟล์ 3GP

ใครมีมือถือคงต้องรู้จัก 3gp แน่ๆ เพราะเป็นไฟล์วิดีโอที่สามารถเปิดดูได้จากโทรศัพท์มือถือทั่วไป ซึ่งไฟล์ประเภทนี้เป็นไฟล์วิดีโอที่มีขนาดเล็กกว่าไฟล์วิดีโอทั ่วไป เพราะด้วยข้อจำกัดของการเปิดดูจำเป็นต้องดูจากโทรศัพท์มือถือเท ่านั้น ทำให้ต้องถูกบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็ก และสิ่งที่ตามมาก็คือ เมื่อขนาดไฟล์เล็กแล้ว คุณภาพของภาพก็ต้องด้อยลง

แต่หากใครไปดาวน์โหลดไฟล์ 3gp จากอินเทอร์เน็ตแล้วจะมาเปิดดูในคอมพิวเตอร์ โปรแกรมดูหนังทั่วไปไม่สามารถเปิดได้ ต้องใช้โปรแกรม Nokia Multimedia Player หรือไม่ก็ต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ตมาเปิดดู

ไฟล์ MKV

ไฟล์ประเภทนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไร แต่ถ้าเป็นคนที่ท่องอินเทอร์เน็ตจริงๆ ต้องเคยเจอกันบ้าง ซึ่งไฟล์ประเภท MKV มีรูปแบบคล้ายๆ กับ MP4 หรือ AVI ที่สามารถบรรจุภาพ และเสียง พร้อม subtitle ให้อยู่ในไฟล์เดียวได้ ซึ่งคุณภาพของภาพและเสียงไม่แตกต่างกันเลย แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ MKV เป็นไฟล์แบบ Open Source ที่นักพัฒนาทั่วไปสามารถช่วยพัฒนาต่อยอดให้ไฟล์นี้มีประสิทธิภา พเพิ่มมากขึ้น

ไฟล์ FLV

หากใครชอบดูวิดีโอผ่านเว็บคงคุ้นเคยกันบ้าง เพราะเป็นไฟล์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนเว็บไซต์ที่ให้บริการวิด ีโอผ่านเว็บไซต์ ซึ่ง FLV คือไฟล์วิดีโอที่ถูกสร้างจากโปรแกรม Macromedia Flash เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็ก แต่คุณภาพดีกว่าไฟล์ 3gp สามารถเปิดดูได้จากโปรแกรม Flash Player หรือ QuickTime จากแอปเปิ้ลก็ได้ ทำให้หลายเว็บนิยมแปลงไฟล์ให้เป็น FLV เพื่อง่ายต่อการชมผ่านเว็บไซต์


Computer Today ฉบับที่ 327 ปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2551
Cover Story

แหกด่านรีจิสทรีบนวินโดว์สเอ็กซ์พี

แหกด่านรีจิสทรีบนวินโดว์สเอ็กซ์พี
WinMag ฉบับที่ 130 พฤษภาคม 2547
Windows TIPs
ตามไปคุ้ยแคะแกะเกาพร้อมทั้งรู้จักกับรีจิสทรี และสุดท้ายที่จะลืมเสียไม่ได้ก็คือ การแก้ไขค่าเพื่อปรับแต่งการทำงานของวินโดสว์เอ็กซ์พีกัน โดยเฉพาะความสามารถที่ถูกแอบซ่อนเร้นเอาไว้… วันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยด่านของรีจิสทรีกัน


ตามไปคุ้ยแคะแกะเกาพร้อมทั้งรู้จักกับรีจิสทรี และสุดท้ายที่จะลืมเสียไม่ได้ก็คือ การแก้ไขค่าเพื่อปรับแต่งการทำงานของวินโดสว์เอ็กซ์พีกัน โดยเฉพาะความสามารถที่ถูกแอบซ่อนเร้นเอาไว้… วันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยด่านของรีจิสทรีกัน










โครงสร้างรีจิสทรีของวินโดว์ส เอ็กซ์พี หากเราได้เปิดไฟล์รีจิสทรีของวินโดว์สเอ็กซ์พีขึ้นมา ก็จะแสดงหน้าต่างออกเป็นสองส่วน โดยทางด้านซ้ายจะประกอบไปด้วยคีย์หลักๆ 5 ส่วนได้แก่


+HKEY_CLASSES_ROOT,
+HKEY_CURRENT_USER,
+HKEY_LOCAL_MACHINE, +HKEY_USERS และ
+HKEY_CURRENT_CONFIG

ในแต่ละส่วนก็จะถูกแบ่งออกเป็นซับคีย์ต่างๆ แต่ก่อนที่จะไปแก้ไขค่าในรีจิสทรีผู้ใช้งานควรจะทำการแบ็กอัพแล ะซักซ้อมการ restore รีจิสทรีวินโดว์ส เอ็กซ์พี กันเสียก่อน โดยการแบ็กอัพรีจิสทรีสามารถทำได้โดย…

  • เปิดหน้าต่าง registry ขึ้นมา โดยให้ไปคลิ้กปุ่ม Start

  • จากนั้นพิมพ์คำว่า regedit ลงไปแล้วคลิ้กปุ่ม OK

  • เมื่อแสดงหน้าต่าง Registry Editor ให้เอ็กพอร์ตข้อมูลเก็บไว้ โดยการคลิ้กเมนู File

  • Registrations Files จะสร้างไฟล์ที่มีนามสกุล .reg ซึ่งในการใช้งานสามารถทำได้สองวิธีคือ เปิดไฟล์ด้วยโปรแกรมเท็กซ์ไฟล์เพื่ออ่านและแก้ไขด้วยโปรแกรม Notepad หรือโปรแกรม Registry Editor ก็ได้ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนแปลงค่าแล้วบันทึกค่า โดยการคลิ้กขวาแล้วใช้คำสั่ง Merge เพื่อเปลี่ยนแปลงไฟล์ให้กลับไปเป็นรีจิสทรีเหมือนเดิม

  • Registry Hive Files: ไม่เหมือนกับแบบแรกโดย Registry Hive Files จะสร้างไบนารีอิมเมจที่ไม่สามารถแก้ไขไฟล์ได้ด้วยโปรแกรม Notepad หรือวิวด้วยโปรแกรมเท็กซ์ไฟล์อื่นๆ ได้

  • Text Files: จะสร้างข้อมูลเป็นเท็กซ์ไฟล์ แต่จะไม่สามารถนำกลับไปได้เหมือน Registration File

  • Win9x/NT 4 Registration Files เป็นออปชันในการสร้างไฟล์ .reg ด้วยออปชัน Registration Files นี้จะสามารถนำไปใช้งานกับวินโดว์สเวอร์ชันก่อนหน้าได้ แต่ไม่สามารถนำค่าไปรวมกับวินโดว์สเวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้

  • จากการเลือกการแบ็กอัพรีจิสทรีให้เลือกเป็น Registry Hive Files

  • พิมพ์ชื่อไฟล์แล้วคลิ้กปุ่ม Save
    รูปที่ 1 การเรียกใช้งาน Registry

    1. ปรับแต่งชื่อไตเติ้ลบาร์ของ Windows Media Player

    การเปลี่ยนชื่อไตเติ้ลบาร์บน Windows Media Player นั้น หากเราพิมพ์คำว่า Hello World ลงไป โปรแกรม Windows Media Player จะแสดงข้อความบนไตเติ้ลบาร์เป็นคำว่า Hello World ด้วย ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้...


  • คลิ้กปุ่ม Start

  • เมื่อแสดงหน้าต่างของ Registry Editor จากนั้นไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwarePoliciesMicrosoft

  • สร้าง Key [WindowsMediaPlayer]

  • คลิ้กเมาส์ขวาลงในหน้าต่างด้านขวามือเลือก New

  • Data Type: REG_SZ // Value Name: TitleBar

  • ดับเบิลคลิ้กลงไป TitleBar และพิมพ์ข้อความที่ต้องการแสดงในไตเติ้ลบาร์ลงไป จากนั้นเคลิ้กปุ่ม OK

  • ออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์

    2. ย่อหน้าต่าง Outlook 2002 ลงใน System Tray

    ในการใช้งานอีเมล์บนโปรแกรม Outlook ในแต่ละวันนั้น ผู้ใช้จำเป็นต้องมีการเปิดปิดหน้าต่างอยู่หลายรอบ แต่ถ้าเราสามารถย่อหน้าต่างโปรแกรมเอาไว้ใน system tray เพื่อให้เรารับและส่งอีเมล์ได้ตามต้องการแล้วละก็ จะยิ่งทำให้เกิดความสะดวกมากขึ้น สำหรับขั้นตอนการทำได้นั้นมีดังนี้

  • คลิ้กปุ่ม Start

  • ไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftOffice10.0OutlookPreferenc es

  • คลิ้กเมาส์ขวาลงในหน้าต่างทางด้านขวามือเลือก New

  • กำหนดค่า Data Type DWORD เป็นชื่อ MinToTray

  • ดับเบิลคลิ้กลงบน MinToTray แล้วกำหนดค่าในช่อง Value data: 0 = หากต้องการยกเลิก หรือ 1 = หากต้องการให้ทำงาน

  • ออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์

    3. ระบุไดเรกทอรีดีฟอลต์ให้กับ IE เมื่อมีการดาวน์โหลดไฟล์

    เป็นการเปลี่ยนแปลงไดเรกทอรีในการดาวน์โหลดไฟล์ หลังจากที่เราได้ติดตั้งโปรแกรมบราวเซอร์ IE ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์

  • คลิ้กปุ่ม Start

  • ไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftInternet Explorer

  • ให้แก้ไขหรือสร้าง String Value ที่มี Data type เป็น REG_SZ และมีชื่อว่า Download Directory

  • หากแก้ไขให้ไปดับเบิลคลิ้กที่ชื่อดังกล่าว จากนั้นพิมพ์ไดเรกทอรีที่ต้องการลงไปในช่อง Value data:

  • คลิ้กปุ่ม OK เมื่อทำเสร็จแล้ว และพร้อมออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์

    4. ให้แสดงเมนู Classic Start Menu

    การแก้ไขนี้จะเป็นการดึงเอาเมนู Start ในแบบ Classic มาแสดงแต่ก็สามารถกลับมาแสดงในแบบวินโดว์สเอ็กซ์พีได้อีกด้วย

  • คลิ้กปุ่ม Start

  • จากนั้นไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPolic iesExplorer

  • ให้แก้ไขหรือสร้าง DWORD Value ที่มี Data type เป็น REG_DWORD และมีชื่อเป็น NoSimpleStartMenu

  • ดับเบิลคลิ้กลงไปในค่าดังกล่าว พร้อมกำหนดค่าในช่อง Value data: โดยถ้ามีค่าเป็น 0 จะหมายถึงค่าดีฟอลต์ และถ้าค่าเป็น 1 จะหมายถึงให้แสดงในแบบ Classic Start Menu

  • จากนั้นคลิ้กปุ่ม OK พร้อมออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์