แหกด่านรีจิสทรีบนวินโดว์สเอ็กซ์พี
WinMag ฉบับที่ 130 พฤษภาคม 2547 Windows TIPs
ตามไปคุ้ยแคะแกะเกาพร้อมทั้งรู้จักกับรีจิสทรี และสุดท้ายที่จะลืมเสียไม่ได้ก็คือ การแก้ไขค่าเพื่อปรับแต่งการทำงานของวินโดสว์เอ็กซ์พีกัน โดยเฉพาะความสามารถที่ถูกแอบซ่อนเร้นเอาไว้… วันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยด่านของรีจิสทรีกัน
ตามไปคุ้ยแคะแกะเกาพร้อมทั้งรู้จักกับรีจิสทรี และสุดท้ายที่จะลืมเสียไม่ได้ก็คือ การแก้ไขค่าเพื่อปรับแต่งการทำงานของวินโดสว์เอ็กซ์พีกัน โดยเฉพาะความสามารถที่ถูกแอบซ่อนเร้นเอาไว้… วันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยด่านของรีจิสทรีกัน
โครงสร้างรีจิสทรีของวินโดว์ส เอ็กซ์พี หากเราได้เปิดไฟล์รีจิสทรีของวินโดว์สเอ็กซ์พีขึ้นมา ก็จะแสดงหน้าต่างออกเป็นสองส่วน โดยทางด้านซ้ายจะประกอบไปด้วยคีย์หลักๆ 5 ส่วนได้แก่
+HKEY_CLASSES_ROOT,
+HKEY_CURRENT_USER,
+HKEY_LOCAL_MACHINE, +HKEY_USERS และ
+HKEY_CURRENT_CONFIG
ในแต่ละส่วนก็จะถูกแบ่งออกเป็นซับคีย์ต่างๆ แต่ก่อนที่จะไปแก้ไขค่าในรีจิสทรีผู้ใช้งานควรจะทำการแบ็กอัพแล ะซักซ้อมการ restore รีจิสทรีวินโดว์ส เอ็กซ์พี กันเสียก่อน โดยการแบ็กอัพรีจิสทรีสามารถทำได้โดย…
เปิดหน้าต่าง registry ขึ้นมา โดยให้ไปคลิ้กปุ่ม Start
จากนั้นพิมพ์คำว่า regedit ลงไปแล้วคลิ้กปุ่ม OK
เมื่อแสดงหน้าต่าง Registry Editor ให้เอ็กพอร์ตข้อมูลเก็บไว้ โดยการคลิ้กเมนู File
Registrations Files จะสร้างไฟล์ที่มีนามสกุล .reg ซึ่งในการใช้งานสามารถทำได้สองวิธีคือ เปิดไฟล์ด้วยโปรแกรมเท็กซ์ไฟล์เพื่ออ่านและแก้ไขด้วยโปรแกรม Notepad หรือโปรแกรม Registry Editor ก็ได้ หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ การเปลี่ยนแปลงค่าแล้วบันทึกค่า โดยการคลิ้กขวาแล้วใช้คำสั่ง Merge เพื่อเปลี่ยนแปลงไฟล์ให้กลับไปเป็นรีจิสทรีเหมือนเดิม
Registry Hive Files: ไม่เหมือนกับแบบแรกโดย Registry Hive Files จะสร้างไบนารีอิมเมจที่ไม่สามารถแก้ไขไฟล์ได้ด้วยโปรแกรม Notepad หรือวิวด้วยโปรแกรมเท็กซ์ไฟล์อื่นๆ ได้
Text Files: จะสร้างข้อมูลเป็นเท็กซ์ไฟล์ แต่จะไม่สามารถนำกลับไปได้เหมือน Registration File
Win9x/NT 4 Registration Files เป็นออปชันในการสร้างไฟล์ .reg ด้วยออปชัน Registration Files นี้จะสามารถนำไปใช้งานกับวินโดว์สเวอร์ชันก่อนหน้าได้ แต่ไม่สามารถนำค่าไปรวมกับวินโดว์สเวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้
จากการเลือกการแบ็กอัพรีจิสทรีให้เลือกเป็น Registry Hive Files
พิมพ์ชื่อไฟล์แล้วคลิ้กปุ่ม Save  |
| รูปที่ 1 การเรียกใช้งาน Registry |
1. ปรับแต่งชื่อไตเติ้ลบาร์ของ Windows Media Player
การเปลี่ยนชื่อไตเติ้ลบาร์บน Windows Media Player นั้น หากเราพิมพ์คำว่า Hello World ลงไป โปรแกรม Windows Media Player จะแสดงข้อความบนไตเติ้ลบาร์เป็นคำว่า Hello World ด้วย ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้...
คลิ้กปุ่ม Start
เมื่อแสดงหน้าต่างของ Registry Editor จากนั้นไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwarePoliciesMicrosoft
สร้าง Key [WindowsMediaPlayer]
คลิ้กเมาส์ขวาลงในหน้าต่างด้านขวามือเลือก New
Data Type: REG_SZ // Value Name: TitleBar
ดับเบิลคลิ้กลงไป TitleBar และพิมพ์ข้อความที่ต้องการแสดงในไตเติ้ลบาร์ลงไป จากนั้นเคลิ้กปุ่ม OK
ออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ 2. ย่อหน้าต่าง Outlook 2002 ลงใน System Tray
ในการใช้งานอีเมล์บนโปรแกรม Outlook ในแต่ละวันนั้น ผู้ใช้จำเป็นต้องมีการเปิดปิดหน้าต่างอยู่หลายรอบ แต่ถ้าเราสามารถย่อหน้าต่างโปรแกรมเอาไว้ใน system tray เพื่อให้เรารับและส่งอีเมล์ได้ตามต้องการแล้วละก็ จะยิ่งทำให้เกิดความสะดวกมากขึ้น สำหรับขั้นตอนการทำได้นั้นมีดังนี้
คลิ้กปุ่ม Start
ไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftOffice10.0OutlookPreferenc es
คลิ้กเมาส์ขวาลงในหน้าต่างทางด้านขวามือเลือก New
กำหนดค่า Data Type DWORD เป็นชื่อ MinToTray
ดับเบิลคลิ้กลงบน MinToTray แล้วกำหนดค่าในช่อง Value data: 0 = หากต้องการยกเลิก หรือ 1 = หากต้องการให้ทำงาน
ออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ 3. ระบุไดเรกทอรีดีฟอลต์ให้กับ IE เมื่อมีการดาวน์โหลดไฟล์
เป็นการเปลี่ยนแปลงไดเรกทอรีในการดาวน์โหลดไฟล์ หลังจากที่เราได้ติดตั้งโปรแกรมบราวเซอร์ IE ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์
คลิ้กปุ่ม Start
ไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftInternet Explorer
ให้แก้ไขหรือสร้าง String Value ที่มี Data type เป็น REG_SZ และมีชื่อว่า Download Directory
หากแก้ไขให้ไปดับเบิลคลิ้กที่ชื่อดังกล่าว จากนั้นพิมพ์ไดเรกทอรีที่ต้องการลงไปในช่อง Value data:
คลิ้กปุ่ม OK เมื่อทำเสร็จแล้ว และพร้อมออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์ 4. ให้แสดงเมนู Classic Start Menu
การแก้ไขนี้จะเป็นการดึงเอาเมนู Start ในแบบ Classic มาแสดงแต่ก็สามารถกลับมาแสดงในแบบวินโดว์สเอ็กซ์พีได้อีกด้วย
คลิ้กปุ่ม Start
จากนั้นไปที่ HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurrentVersionPolic iesExplorer
ให้แก้ไขหรือสร้าง DWORD Value ที่มี Data type เป็น REG_DWORD และมีชื่อเป็น NoSimpleStartMenu
ดับเบิลคลิ้กลงไปในค่าดังกล่าว พร้อมกำหนดค่าในช่อง Value data: โดยถ้ามีค่าเป็น 0 จะหมายถึงค่าดีฟอลต์ และถ้าค่าเป็น 1 จะหมายถึงให้แสดงในแบบ Classic Start Menu
จากนั้นคลิ้กปุ่ม OK พร้อมออกจาก Registry แล้วทำการรีบูตเครื่องคอมพิวเตอร์
No comments:
Post a Comment